Author Topic: New Gen ปูพรมชาร์เตอร์ไฟลต์ บุกเจาะขุมทรัพย์เมืองรองแดนมังกร  (Read 1802 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline amopro

  • Administrator
  • Beyond first
  • *****
  • Posts: 1673
  • ข้อมูลที่มีคุณค่า: +1026/-2
  • Gender: Male
    • View Profile
    • ThaiAirportJob.com
เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อ 7 กรกฎาคม 2557 สำหรับสายการบินน้องใหม่ "นิวเจนแอร์เวย์ส" ภายใต้การลงทุนของบริษัท สบายดี แอร์เวย์ส จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 200 ล้านบาท ก่อนจะเพิ่มทุนเป็น 305 ล้านบาท เมื่อไม่นานมานี้ พร้อมเพิ่มดีกรีรุกขยายตลาดเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (ชาร์เตอร์ไฟลต์) ต่อเนื่อง

ปัจจุบันมีสัดส่วนผู้ถือหุ้นเป็นนักธุรกิจชาวไทย 65% และอีก 35% ถือครองโดยนักธุรกิจชาวจีน เจ้าของบริษัทค้าส่งทัวร์ (โฮลเซล) รายใหญ่ ทำตลาดดึงคนจีนเที่ยวไทยครอบคลุม 17 เมืองทั่วแดนมังกร

"ประชาชาติธุรกิจ" มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ "เจริญพงษ์ ศรประสิทธิ์" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินนิวเจนแอร์เวย์ส ถึงภาพรวมตลาดชาร์เตอร์ไฟลต์ และทิศทางการลงทุนขยายธุรกิจ รองรับตลาดทัวร์จีน รวมถึงแผนลงทุนระยะยาว เพื่อวางรากฐานการเติบโตให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

"เจริญพงษ์" ฉายภาพรวมธุรกิจให้ฟังว่า "นิวเจนแอร์เวย์ส" ทำตลาดขายเที่ยวบินเช่าเหมาลำแบบประจำ (Charter Schedule Flight) มาตั้งแต่เริ่ม โดยให้บริการเที่ยวบินแบบจุดต่อจุด (พอยต์ทูพอยต์) ได้ผู้โดยสารส่วนใหญ่จากบริษัทนำเที่ยวของผู้ถือหุ้นใหญ่ 2 ราย คือ เจ้าของบริษัท นิวเจนเนอเรชั่น แทรเวล แอนด์ เทรด จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในไทย ถือหุ้นนิวเจนแอร์เวย์ส ในสัดส่วน 10% กับบริษัทโฮลเซลรายใหญ่ในจีน ซึ่งทำทัวร์ขายในตลาดจีนร่วมกันมานาน 20 ปี

ทั้ง 2 บริษัทได้ส่งลูกค้าทัวร์ชาวจีนมาใช้บริการนิวเจนแอร์เวย์ส รวม 60% โดยนิวเจนเนอเรชั่น แทรเวลฯส่งลูกค้าทัวร์ในสัดส่วน 20% ขณะที่บริษัทโฮลเซลดังกล่าวส่งลูกค้ามากถึง 40% ที่เหลืออีก 40% เป็นบริษัททัวร์จีนรายอื่นที่ติดต่อขอซื้อที่นั่งกับนิวเจนแอร์เวย์สโดยตรง

ด้วยเหตุนี้ ทำให้ภาพรวมโครงสร้างลูกค้าเกือบ 100% เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน จากเส้นทางบินไป-กลับจากดอนเมืองและกระบี่ มุ่งหน้าสู่เมืองรองในประเทศจีนรวม 16 เส้นทางในปัจจุบัน ส่วนใหญ่ให้บริการที่ความถี่ 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์

เส้นทางล่าสุดที่เพิ่งเปิดบินเมื่อ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา คือ ดอนเมือง-จางเจียเจี้ย ความถี่ 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ และเตรียมเปิดเพิ่มอีก 3 เส้นทางใหม่ในปีนี้ ได้แก่ ดอนเมือง-หนิงโป, กระบี่-เจิ้งโจว และกระบี่-อู๋ซี

ส่งผลให้สิ้นปีนี้ นิวเจนแอร์เวย์สมีเส้นทางบินรวม 19 เส้นทาง พร้อมเพิ่มความถี่เที่ยวบินในเส้นทางยอดนิยมเดือนกรกฎาคมนี้ อาทิ ดอนเมือง-ฉางซา และดอนเมือง-เหอเฝ่ย จาก 7 เที่ยวบิน เป็น 11 เที่ยวบินต่อสัปดาห์

สำหรับผลการดำเนินงานในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2559 นิวเจนแอร์เวย์สนั้น "เจริญพงษ์" บอกว่า มียอดผู้โดยสารแล้ว 4.12 แสนคน คาดว่า 6 เดือนหลังจะได้อีก 8.4 แสนคน ทำให้ตลอดปีนี้มียอดผู้โดยสารรวม 1.25 ล้านคน เติบโตกว่า 160% เมื่อเทียบกับยอดผู้โดยสาร 4.77 แสนคน ในปี 2558 


ตัวเลขดังกล่าวจะทำให้ "นิวเจนแอร์เวย์ส" ครองส่วนแบ่งตลาดผู้โดยสารในเส้นทาง "ไทย-จีน" แซงหน้า "การบินไทย" ซึ่งเปิดให้บริการไปจีน 6 เส้นทางเท่านั้น และขึ้นไปครองอันดับ 2 ของสายการบินสัญชาติไทย รองจาก "ไทยแอร์เอเชีย" ที่ครองอันดับ 1

"เจริญพงษ์" บอกด้วยว่า การที่เจ้าของบริษัทนำเที่ยวทั้งฝั่งไทยและจีนที่ถือหุ้นนิวเจนแอร์เวย์ส มีฐานตลาดกรุ๊ปทัวร์จีนที่แข็งแกร่ง จึงหนุนให้นิวเจนแอร์เวย์สเติบโตแบบก้าวกระโดดในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

ขณะที่กลยุทธ์เราก็ชัดเจนคือ บุกขายเที่ยวบินเช่าเหมาลำแบบประจำแก่ตลาดกรุ๊ปทัวร์จีนทั้งหมด 100% ถือเป็นแนวทางการทำตลาดที่แตกต่างจากไทยแอร์เอเชีย และการบินไทยโดยสิ้นเชิง

พร้อมกันนี้ยังได้ยึดแผนขยายธุรกิจด้วยการต่อยอดกำไรสุทธิที่ได้ในแต่ละปีนำไปเช่าเครื่องบินมือสอง สภาพการใช้งานดีมาให้บริการ โดยเลือกเช่าเครื่องบินมือสองที่มีอายุการใช้งานครบ 12 ปี เพราะตามกฎของโบอิ้งจะต้องรื้อเครื่องยนต์ภายในเพื่อนำมาซ่อมใหญ่ เหมือนได้เครื่องใหม่ก่อนนำมาให้บริการ

นอกจากนี้ ต้นทุนการเช่ายังอยู่ที่ประมาณ 4 แสนเหรียญต่อลำ ต่ออายุสัญญาการใช้งาน 6-8 ปี ถูกกว่าเครื่องบินมือหนึ่ง ซึ่งส่วนใหญ่สายการบินระดับพรีเมี่ยมจะเป็นคนเช่า

"เหตุผลที่เราทำสัญญาเช่าเครื่องบินเฉลี่ยแค่6 ปี เพราะเมื่อครบกำหนดสัญญาคืนเครื่อง จะได้เปลี่ยนไปใช้เครื่องบินรุ่นใหม่ตามเทรนด์รอบการผลิตเครื่องบินโลก และยังได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจาก BOI ด้วย"

"เจริญพงษ์" บอกอีกว่า ปัจจุบัน "นิวเจนแอร์เวย์ส" มีฝูงบินรวม 8 ลำ มีนักบิน 120 คน ลูกเรือเกือบ 300 คน และเตรียมรับมอบเครื่องบินโบอิ้ง 737-800 เพิ่มอีก 2 ลำในครึ่งปีหลังนี้ หลังจากรับมอบไปแล้ว 2 ลำในครึ่งปีแรก ตามแผนขยายฝูงบินซึ่งตั้งเป้าเฉลี่ยปีละ 4 ลำ ทำให้สิ้นปีนี้มีฝูงบินรวมทั้งหมด 10 ลำ

"และจะมีเพิ่มเป็น 14 ลำในปี 2560 ซึ่งคาดว่าจะมีจำนวนผู้โดยสารเกือบ 2 ล้านคน สร้างรายได้ราว 8,000-10,000 ล้านบาท เติบโตจากปีนี้ที่คาดว่าจะมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท ทำกำไรสุทธิราว 400-500 ล้านบาท ส่วนปีที่แล้วปิดตัวเลขรายได้ไปที่ 2,700 ล้านบาท กำไรสุทธิ 221 ล้านบาท"

ผู้บริหารหนุ่มแห่งนิวเจนแอร์เวย์สยังให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางการทำตลาดด้วยว่า จะยังคงมุ่งเปิดเที่ยวบินตรงแบบพอยต์ทูพอยต์สู่เมืองรองในประเทศจีน ซึ่งถือเป็นตลาดศักยภาพสูง

ที่สำคัญภายใน 3 ปีนับจากนี้ จีนจะเปิดให้บริการสนามบินใหม่ทั่วประเทศไม่ต่ำกว่า 30 แห่ง ส่วนใหญ่เป็นเมืองรอง ถือเป็นโอกาสของนิวเจนแอร์เวย์สที่จะสามารถขนนักท่องเที่ยวจีนมาไทยได้อีกมาก หลังจากสนามบินในเมืองใหญ่ๆ 6 เมือง ได้แก่ ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กว่างโจว เสิ่นเจิ้น เฉิงตู และฉงชิ่ง ประสบปัญหาความแออัด เพิ่มเที่ยวบินยาก ทำได้แค่ขยายขนาดเครื่องบินเท่านั้น

"นอกเหนือจากจีนแล้ว นิวเจนแอร์เวย์สยังวางแผนเปิดตลาดใหม่ สนใจให้บริการชาร์เตอร์ไฟลต์ไปอินเดีย และเมียนมาเพิ่มด้วย ปัจจุบันมีลูกค้าจากทั้ง 2 ประเทศติดต่อมาแล้ว"

ต่อคำถามที่ว่า มีแผนธุรกิจรองรับการเติบโตในระยะยาวอย่างไรบ้าง "เจริญพงษ์" บอกว่า เมื่อมีฝูงบินครบ 20 ลำในปี 2561 ซึ่งเป็นปีที่มียอดผู้โดยสารกว่า 2.6 ล้านคน

"นิวเจนแอร์เวย์ส" เตรียมเปิดศูนย์ฝึกนักบินของนิวเจนแอร์เวย์สเองโดยจะเริ่มดำเนินการวางโครงสร้างศูนย์ฝึกในปลายปี 2560 เพราะต้องสั่งหัวเครื่องฝึกบินจำลอง (ซิมูเลเตอร์) ล่วงหน้า 12 เดือน รวมถึงมีแผนลงทุนศูนย์ซ่อมเครื่องบินของเราเองทันทีที่มีฝูงบินอย่างน้อย 36 ลำ หรือในราวปี 2565

เพราะในช่วงนั้น "นิวเจนแอร์เวย์ส" จะมีขนาดฝูงบินที่ใหญ่ขึ้น และต้องนำเครื่องบินเข้าซ่อมใหญ่ทุก ๆ 12-18 เดือน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างศึกษาว่าจะก่อสร้างศูนย์ซ่อมที่นครราชสีมา หรือพิษณุโลก

ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า "นิวเจนแอร์เวย์ส" คิดการใหญ่ และไม่ธรรมดา แม้จะเป็นสายการบินน้องใหม่มีอายุแค่ 2 ปีเท่านั้น...

ข่าวจาก http://www.msn.com/th-th/money/business